เพื่อร่วมส่งพระเอกตลอดกาล  ‘โอ วรุฒ วรธรรม ’ ซึ่งเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ด้วยอายุเพียง 49   ล่าสุด นีโน่ เมทนี บุรณศิริ  ได้โพสต์ไอจีถึงกำหนดฌาปนกิจศพ โอ วรุฒ พร้อมระบุว่า “ถ้าว่างกัน ก็เรียนเชิญน่ะครับ ส่งโอเป็นครั้งสุดท้าย ขอบคุณสำหรับน้ำใจของทุกคนที่มีต่อโอครับ”

พร้อมระบุอีกว่า กำหนดฌาปนกิจ นายวรุฒ วรธรรม ณ วัดลัฏฐิวัน (พระนอนขอนตาลศักดิ์สิทธิ์) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ วันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค.2561 เวลา 15.00 น.แฟนๆละครของโอ วรุฒ สามารถไปร่วมอาลัยกับพระเอกตลอดกาลครั้งสุดท้ายกันได้

ซึ่ง ทีวีพูล เอง ก็ได้ขอร่วมรำลึก ถึงผลงานเรื่องสุดท้าย ที่ โอ-วรุฒ ได้ฝากแฟนๆ พร้อมแฝงแง่ชีวิตดีๆ นั่นก็คือ ซีรีส์ “สัมผัสพิศวง” ซึ่งออกอากาศเนื่องใน ใน วันมาฆบูชาวันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม 2561 เวลา 10.30 น. ทางช่อง 33 HD ที่ผ่านมา

 

ซึ่ง   “หน่อง-อรุโณชา” บอสใหญ่ของ “บรอดคาซท์ฯ” ได้จัดเต็มนำเรื่องราวที่น่าสนใจ ซึ่งความพิเศษในตอนนั้น คือการนำเรื่องจริงมาตีแพร่ แถมยังได้ตัวจริงเสียงจริงของเจ้าของเรื่องอย่าง “โอ-วรุฒ วรธรรม” มาร่วมถ่ายทอดกับตอนที่มีชื่อว่า “พระเอกที่หายไป” และยังได้นักแสดงหน้าใหม่มาแรง “จี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร” มารับบทเดียวกับ “หนุ่มโอ” ในวันหนุ่ม

                    โดยเรื่องราวเล่าถึง ชายวัยกลางคน ผมเผ้ารุงรังใส่เสื้อผ้าแบบทหารญี่ปุ่นขาดวิ่นเดินออกมาจากชายป่า ชาวบ้านคิดว่าเป็นผีทหารเฝ้าสมบัติ เขาพยายามบอกว่าตนคือ เอกภาพ (โอ-วรุฒ) พระเอกชื่อดังแต่ไม่มีใครจำได้ แก๊ง เติมกล้า (บอย-สิทธิพร) เข้าช่วยเหลือและค้นหาความจริง เอกภาพพยายามเล่าให้ทุกคนฟังว่าเขาเคยโด่งดังแค่ไหน ใช้ชีวิตหรูหราอย่างไร แก๊งเติมกล้าสืบหาความจริงก็พบว่าเคยมีพระเอกที่โด่งดังคนนี้จริงๆ แต่เขาได้หายไปจากวงการสิบกว่าปี เติมกล้าชวนแก้ว (จ๊ะจ๋า-พรีมรตา) ไปยังต้นไทรที่เจอเอกภาพ และได้เห็นว่าเขาหายเข้าไปอยู่ต่างมิติ ต่างเวลา นานเป็นสิบปี และยังเข้าไปเห็นเหตุการณ์ก่อนที่ เอกภาพวัยหนุ่ม (จี๋-สุทธิรักษ์) จะหายตัวไป เขาก่อความเสียหายให้กับเจ้าของงานไปทั่วโดยที่เขาไม่เคยรู้สึกผิด คิดเอาแต่ความสบายของตัวเอง

                   นับว่าเป็นอีกหนึ่งตอนที่มีความยากไม่น้อย เพราะในตอนนี้ “พี่แห้ว-บำเพ็ญ ชำนิบรรณการ“ ผู้เขียนบท แถมยังลงมือกำกับเอง ใช้การเล่าเรื่องถึง 2 มิติ โดยมี “โอ” เป็นตัวเดินเรื่อง แต่เล่าในพาสวัยหนุ่ม ซึ่งก็ได้ “หนุ่มจี๋” มารับบทหนักเป็นนักแสดงหนุ่มที่ติดเหล้า แถมยังเป็นจอมโวยวาย เอาแต่ใจ ซึ่งจี๋ก็ถ่ายทอดออกมาได้ร้ายจนคนต้องหมั่นไส้แน่นอน และเมื่อทำตัวไม่ดีฟ้าจึงลงโทษให้จี๋หลุดเข้าไปและถูกขังอยู่ในอีกมิตินึง จนเวลาล่วงเลยมานับ 10 ปี

                    ก็กลายมาเป็นหนุ่มโอที่ต้องรับบทหนักไม่แพ้กัน แต่หนักในทีนี้คือเรื่องการแต่งตัว ทั้งใส่วิกผมรกรุงรัง ทำตัวเลอะ ซึ่งโอเองค่อนข้างทุ่มเทมาก รองเท้าก็ไม่สามารถใส่ได้ และต้องอยู่ในลุคนี้ตั้งแต่เช้าจนหมดวัน เมื่อถึงการถ่ายทำในวันที่ 2 โอก็ได้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ซึ่งในพาสนี้โอต้องถ่ายทอดเรื่องราวของคนที่ยังนึกถึงแต่ตัวเอง อยากโด่งดัง จนลืมในสิ่งที่ตัวเองทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นมาตลอด และผลของการทำตัวเช่นนั้นก็ทำให้โอเองได้มีวันนี้ วันที่ไม่เหลืออะไร และทำได้เพียงต้องยอมรับความจริงกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งค่อนข้างตรงกับชีวิตจริงของโอ ซึ่งโอเองก็เผยว่า “ผมอยากเป็นบทเรียนให้ทุกคนได้เห็นว่าชื่อเสียง เงินทอง ไม่ใช่ที่สุดของชีวิตเรา วันนึงมันย่อมเปลี่ยนไป ตัวเราเองเราควรเตรียมตัวตั้งรับ ไม่ใช่มัวแต่ยึดติดกับอะไรเดิมๆ ที่มันไม่จีรังยั่งยืน”

              

พระเอกที่หายไป ผลงานเรื่องสุดท้าย ของ โอ-วรุฒ

แสดงความคิดเห็น