จบแล้ว ดราม่าจนทิพย์

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวและโลกออนไลน์เผยแพร่เรื่องราวของ น้องโวลต์ อายุ 18ปี ศิษย์เก่านักเรียนโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ชาว .โพนทอง .เมือง .กาฬสินธุ์ ที่สอบติดแพทย์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แต่ฐานะทางบ้านยากจน แต่ในโลกออนไลน์มีการจับผิดภาพน้องโวลต์ที่มีการใช้ของแพง กระทั่งมีวลีฮิต #จนทิพย์ ก่อนที่น้องโวลต์จะออกมาชี้แจงว่าสิ่งของเครื่องใช้ที่เห็นทุกอย่างได้มาจากการทำงานตั้งแต่เรียน .3 เก็บเงินซื้อ และไม่ได้เป็นของแพง พร้อมยืนยันที่จะตั้งใจเรียน

เมื่อวันที่ 21 ..64 ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมือง .กาฬสินธุ์ ดร.เทอดเกียรติ ขันธ์พิมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาและกลั่นกรองการใช้ทุนการศึกษา พร้อมด้วยคณะกรรมการจากภาคส่วนต่างๆ และ นางสาวณัฐวดี เหล่าบุบผา หรือน้องโวลต์ และนางพรหมจันทร์ เหล่าบุบผา มารดาร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อสรุปการใช้จ่ายเงินที่ได้รับจากการบริจาค

ทั้งนี้หลังจากที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกัน นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย ดร.เทอดเกียรติ ขันธ์พิมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ น้องโวลต์ รวมทั้งคณะกรรมการ ได้ร่วมกันลงนามและเป็นสักขีพยาน ในการนำเงินที่ได้จากการบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา ที่ร่วมกันโอนเงินเข้าบัญชีน้องโวลต์จำนวน 3.7 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายเป็นทุนการศึกษาของน้องโวลต์ พร้อมชี้แจงรายละเอียดต่างๆ และเตรียมส่งมอบเงิน 1.2 ล้านบาท ให้กับทางจังหวัด เข้ากองทุนช่วยเหลือรุ่นน้องเรียนดีแต่ยากจน ท่ามกลางบรรยากาศที่ปลื้มปิติของทุกคน

ด้านนายเทอดเกียรติ ขันธ์พิมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาและกลั่นกรองการใช้ทุนการศึกษา กล่าวว่า ตามที่น้องโวลต์สอบติดนักเรียนแพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจารย์ที่ปรึกษาน้องโวลต์ ได้แนะนำให้น้องโวลต์เปิดบัญชีรับบริจาค เนื่องจากทุนที่ใช้ในการเรียนแพทย์สูงมากถึงปีการศึกษาละประมาณ 8 หมื่นบาท ขณะที่ฐานะทางบ้านของน้องโวลต์ยากจน ทั้งนี้หลังจากเปิดบัญชีและมีสื่อโซเชียลนำเสนอข่าวออกไป ทำให้มีเงินบริจาคเข้ามาเป็นจำนวนมากถึง 3.7 ล้านบาท ขณะเดียวก็เกิดมีกระแสดราม่า ส่งผลกระทบต่อจิตใจน้องโวลต์และคนในครอบครัว ในฐานะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนต้นสังกัดเดิมของน้องโวลต์ จึงได้ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องหาทางออกร่วมกัน โดยจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาและกลั่นกรองการใช้ทุนการศึกษา และมีการประชุมเพื่อลงมติเห็นชอบกันในวันนี้

ด้านนายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากมีการแต่งตั้ง โดยมีนายอำเภอลงนามแต่งตั้งแล้ว คณะกรรมการทุกฝ่ายที่เป็นบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทั้งการศึกษา สาธารณสุข ปกครอง ก็ได้ร่วมกันประชุมปรึกษาหารือร่วมกับน้องโวลต์และนางพรหมจันทร์ มารดาน้องโวลต์ ก่อนที่จะมีมติร่วมกันคือการจัดสรรจำนวนเงิน 3.7 ล้านบาทที่ได้จากการบริจาค เป็นดังนี้ 1. ค่าใช้จ่ายในการศึกษาตลอดหลักสูตรการเรียน 6 ปี จำนวน 1.7 ล้านบาท, 2. ค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายอันอาจเกิดขึ้นระหว่างการศึกษา จำนวน 8 แสนบาท ซึ่งเพียงพอแล้วกับการเรียนแล้ว และ 3. มอบให้กับทางจังหวัด เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 1.2 ล้านบาทตามความตั้งใจของน้องโวลต์ ทั้งนี้หลังจากคณะกรรมการมีมติเห็นพ้อง จึงได้ร่วมลงนามไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่น้องโวลต์ กล่าวว่า ความตั้งใจเดิมของตนเดิมที่เปิดบัญชีรับบริจาคนั้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการศึกษาตลอดระยะเวลา 6 ปีสูงมาก หลังจากได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาจึงลองเปิดบัญชีรับบริจาคดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องกราบขอบพระคุณทุกท่าน ที่ให้ความเมตตา บริจาคเงินเข้ามาที่บัญชีตน จนได้จำนวนเกินความคาดหมายดังกล่าว สำหรับตน ยังยืนยันที่จะใช้เงินเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ได้คาดหวังว่าจะใช้ส่วนตัวด้านอื่นๆ หรือนำไปปรับปรุงที่พักอาศัยให้กับพ่อแม่ประการใดเลย

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณอีกครั้ง สำหรับเงินบริจาคทุกบาททุกสตางค์ และขอกราบของพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอเมือง ตลอดจนคณะกรรมการทุกท่าน อาจารย์ที่ปรึกษา ที่มอบสิ่งดีๆและให้โอกาสดีๆกับตน ซึ่งล้วนเป็นพลังใจให้มุ่งมั่น ตั้งใจศึกษาให้จบ และจะกลับมาปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์หญิง รักษาสุขภาพพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ในอนาคต ดังที่ตั้งความหวังเอาไว้ ซึ่งเงินนั้นก็เพียงพอแล้ว จึงอยากมอบเงินจำนวนนี้ให้กับทางจังหวัดเพื่อเข้ากองทุนช่วยเหลือรุ่นน้องเรียนดีแต่ยากจนต่อไป


[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]