เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

“อุ้ม ลักขณา” เผยประสบการณ์ “ดั้งใหม่” เกือบทำเอ๋อ

โดยอุ้ม ลักขณา เล่าในยูทูปของตัวเองในตอน รีวิวขั้นตอนการทำจมูกหลัก 1,xxx,xxx หมดเปลือก!! PART 2 EP.101 | ABCD Family ว่า

แก้รอบล่าสุด ใช้กระดูกซี่โครงทำ ศึกษาหาข้อมูลแล้วก็ไปคุยกับหมอ 4 ชั่วโมง อยากให้หมอขูดไบโอพลาสติกออก เอาซิลิโคนตัวที่ทำล่าสุดออก

ส่วนเนื้อตรงสันจมูกระหว่างคิ้ว ที่มันบางและใส และต้องยอมรับว่าเนื้อตรงนี้มันตายไปแล้ว เนื้อเยื่อตาย ต้องแก้ด้วยการเอาเนื้อเยื่อมาปลูกใส่  ซี่โครงที่เอามาทำจมูกคือซี่โครงใต้ราวนม หมอจะเปิดหน้าอกแล้วเอาซี่โครงส่วนหนึ่งออกมาแล้วเอามาเหลาใส่จมูก มันเป็นการผ่าตัดใหญ่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“อุ้ม ลักขณา”ไม่ได้พาดพิงใคร บอกอย่าโยง !

งานนี้มีน้ำตา เมื่อ”อุ้ม ลักขณา” โพสต์ถึงน้องสาวแบบนี้ “ดีเจเพชรจ้า” ว่าไง !?

ต้องไปตรวจสุขภาพ ตรวจปอด เช็กความพร้อมของร่างกาย อุ้มต้องหักดิบดิสนีย์ให้เลิกเต้าเพื่อไปเตรียมตัวทำจมูก ด้วยการใช้บอระเพ็ด จมูกใหม่อุ้มเสียเงินจ่ายเองทุกบาททุกสตางค์ ไม่มีฟรีใดๆ ทั้งสิ้น จมูกใหม่นี้ทำในราคา 7 แสนบาท ซื้อรถได้ 1 คันเลย แต่อุ้มต้องทำ เพราะไม่อย่างนั้นชีวิตอาจพังเพราะสารที่อยู่และการขูดจมูกครั้งนั้นที่ทำให้มันเสียทรง ใส่ซิลิโคนเข้าไป คุณหมอก็ไม่รับผิดชอบอะไร บอกว่าถ้ามีที่อื่นแก้ได้ก็ให้เขาไปแก้เลย พูดอย่างนี้ได้อย่างไรในเมื่อเราจ่ายตังค์ให้คุณ เราก็ไม่ได้ทำฟรี ก็เลยพัก

กับการทำจมูกใหม่อุ้มสลบไป 15 ชั่วโมง ยาวนานมาก เป็นประสบการณ์ที่พีคที่สุดในชีวิต เล่าเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคน ทุกคนไม่ใช่เป็นแบบอุ้ม บางคนอาจจะผ่าตัดไม่มีปัญหา ตอนที่ฟื้นหลังจากยาสลบ อุ้มกลัวจะไม่ได้กลับไปกอดลูกเหมือนเดิม กลัวว่าสติทุกอย่างจะไม่กลับมา เพราะอุ้มแพ้ยาสลบ ผ่าตัดไป 15 ชั่วโมง ฉีดยาสลบไป 20 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เราตื่นขึ้นมา ในร่างกายมีแต่ยาสลบ

ตอนที่ตื่นขึ้นมาไม่มีสติ ร้องไห้ ร้องแบบกรี๊ดๆ เหมือนฝันว่ามีใครมาบีบซี่โครง เจ็บ ไม่เอาแล้ว ร้องเกือบเป็นชั่วโมง เขาตกใจกันมาก จนต้องฉีดมอร์ฟีนเพื่อระงับอาการคุ้มคลั่ง พอโดนมอร์ฟีนก็เมาหนักไปอีก เมาเหล้ายังไม่เมาขนาดนี้ เมาแบบสติไปๆ มาๆ เดี๋ยวมีสติ เดี๋ยวไม่มีสติ เมาอยู่ 3 วัน พูดจาไม่รู้เรื่อง เป็นสลอธ เชื่องช้า เชื่องซึมพี่บอลไปเฝ้าตกใจมาก ต้องเอาพระมาให้ใส่ เพราะคิดว่าผีเข้า และกลัวว่าจะไม่ได้เมียคนเดิมกลับมา เพราะเหมือนเอ๋อเกินไปเลย

ตอนที่ตื่นขึ้นมาเจ็บไปหมด ถามตัวเองว่าตายไปรึยังเนี่ย น่ากลัวมาก ตอนนี้เล่าได้หัวเราะได้ แต่ตอนนั้นคิดถึงลูกมากๆ ตอนที่พี่บอลไปเฝ้า เขาน่าสงสารมาก จะไปเข้าห้องน้ำ อุ้มก็ร้องไห้ไม่ให้เขาไปเข้า  เพราะอุ้มตื่นขึ้นมากินน้ำทุกๆ 1 นาที เพราะต้องกินน้ำเยอะๆ ตามที่หมอสั่ง เพื่อขับยาออกมา จะได้หายเมาเร็วๆ แล้วต้องขยับตัวบ่อยๆ เพื่อไม่ให้เป็นแผลกดทับ  ตัวอุ้มก็คิดว่าตัวเองขยับอยู่ตลอด แต่จริงๆ คือหลับอยู่ หรือบางทีก็ตื่นขึ้นมาแล้วบอกว่า ตัวเองหายแล้ว กลับบ้านกัน ที่หมอผ่าตัดมาไม่เคยมีเคสแบบอุ้มเลย  ที่อุ้มปวดที่หัวหลังใบหูเพราะหมอเอากระดูกซี่โครงที่เหลือมาฝากไว้ เผื่ออนาคตอยากจะต่อเติมจะได้ไม่ต้องผ่าเปิดใหม่  หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลและทรมานมากๆ คือ หายใจไม่ออก จมูก 2 ข้างคลั่งไปด้วยเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง อุ้มต้องไปโรงพยาบาลเพื่อให้เขาดูดเสมหะออกมาให้เพื่อจะได้หายใจโล่ง  และในจมูกก็มีท่อ 2 ท่อใส่อยู่ในจมูกเพื่อทำให้เราหายใจได้ ถ้าไม่มี จมูกมันบวมแล้วจะหายใจไม่ได้ และวันที่ไปตัดไหมคือวันที่ทรมานและเจ็บมาก เพราะอุ้มมีสติ หมอเอาท่อออกจากจมูก ตัดไหม ตอนที่หมอดึงท่อออกมาน้ำตาไหลเป็นทาง

ส่วนเนื้อเยื่อที่ต้องขูดออก หมอขูดได้ 90% ยังเหลือ 10% ที่เอาออกไม่ได้ เพราะสารมันอยู่กับเรามาเป็นสิบกว่าปี มันฝังเข้าไปในส่วนผิวหนัง ถ้าขูดเนื้อจะแหว่ง เสียทรง เลยต้องปล่อยมันไว้ แต่ไม่กระทบทรงจมูก ตอนแรกอุ้มเอาทรงจมูกน้องใบเฟิร์นไปให้คุณหมอดู เพราะอยากได้แบบนี้ดูเอเชียน่ารักๆ แต่หมอบอกว่าไม่ได้ หน้าฝรั่งต้องทำปลายพุ่งไปเลย เป็นฝรั่งสายฝอถึงจะสวย ก็เลยได้จมูกเป็นทรงนี้ และนี่จะเป็นจมูกสุดท้ายของชีวิต จะไม่ทำใหม่แล้ว ต่อให้มันไม่ยุบตัวไปมากกว่านี้ พอใจที่จุดๆ นี้แล้ว มันเพอร์เฟกต์แล้ว อุ้มมาแชร์ประสบการณ์ให้ทุกคนรู้ ไม่ได้เชียร์ว่าการทำศัลยกรรมเป็นสิ่งดี ทำให้ทุกคนต้องไปทำ เราจงพอใจในสิ่งที่เรามี แต่ถ้าไม่พอใจอยากจะทำก็ต้องไม่กระทบกระเทือนเดือนร้อนเงินในกระเป๋า สุขภาพจิต ทำเพื่อตัวเองให้มีความสุข ไม่ต้องอายที่จะบอกคนอื่นว่าทำศัลยกรรม ไม่เห็นเป็นอะไรเลย.