เรื่องย่อละคร วิมานมะพร้าว

เรื่องย่อวิมานมะพร้าว
“สิ่งที่น่ากลัวสำหรับมนุษย์….ไม่ใช่ผีหรือวิญญาณ  หากแต่เป็น อคติ และทัศนคติที่ผิดๆ ที่มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองต่างหาก”
   จุลลา ใจเรือง หรือไอ้จุ่น  (ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ) ของเพื่อนๆ และรุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือไอ้จูนของ นายจำรัส (ปราบ  ยุทธพิชัย) ผู้เป็นพ่อ แต่เป็นน้องจูน ของ ดารา (ไปรมา รัชตะ) ผู้เป็นแม่…..เพิ่งจะตกงานเพราะถูกบริษัทจากสิงคโปร์ลอยแพ หลังจากทำงานเป็นวิศวกรประจำโรงงานได้ 3  ปี …ตกงานอย่างไม่คาดฝันไม่พอ ยังจะตกมอเตอร์ไซค์ซุปเปอร์ไบค์คู่ใจที่ร้อยวันพันปีไม่เคยตก เพราะเกือบชนกับรถยนต์คันหรูที่ สืบสาย….(ธันวา สุริยจักร) นักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อ ขับฝ่าไฟแดงมาด้วยความรีบเร่ง เพื่อเดินทางไปต่างประเทศให้ทันเวลา  ตอนแรกจุลลาเกือบจะไม่เอาเรื่อง เพราะไม่อยากยืดเยื้อ  แต่เมื่อจุลลาถอดหมวกกันน็อกแล้วสืบสายเห็นว่าจุลลาเป็นผู้หญิง…ความคิดที่เลวร้ายพอๆ กับคำพูดของสืบสายก็ทำงานทันที…จากผิดกลายเป็นถูก จากถูกกลายเป็นผิด จากเทพบุตรสุดเวหาที่ยอมรับผิดก็กลายเป็นไอ้วายร้ายจอมวีน โยนความผิดให้จุลลา ฐานออกรถเร็วเกินไป!!!! 
มีหรือที่เฟมินิสต์อย่างจุลลาจะยอมลงให้ง่ายๆ เรื่องนี้ต้องถึงหูร้อยเวรที่โรงพัก!!!!
    สืบสายพยายามต่อรอง โยนเงินให้จุลลาเพื่อปิดจ็อบ  แต่จุลลาที่รักศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไรทั้งหมดไม่ขอรับเงินแต่ขอขึ้นศาลแทน ต่อให้หมดตัวค่าทนายก็จะฟ้องสืบสายอย่างถึงที่สุด จนกว่าสืบสายจะสำนึกผิดและยอมขอโทษและถอนคำพูดสบประมาทอันแสดงถึงการกดขี่ทางเพศ….สืบสายยอมทำตามเงื่อนไขของจุลลา ทั้งที่ในใจ….ยากส์!!!!
   วันนี้ช่างเป็นวันพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก โชคยังดีที่มอเตอร์ไซค์คู่ใจของจุลลาไม่เสียหาย  จุลลาขี่มันอย่างหงุดหงิดกลับบ้าน ที่แบ่งส่วนหนึ่งของพื้นที่เปิดร้านอาหาร “สบายท้อง” ซึ่งมีพ่อและแม่เป็นเชฟประจำร้าน  ป้าลำยอง (อุ่นเรือน ราโชติ) เป็นผู้ช่วยแม่ครัว พ่วงด้วย สาวและหนุ่มเสิร์ฟประจำร้าน ลีลา (รุ้งลาวัลย์ โทนะหงษา) และ  มะขวิด (ปฐมกฤษณ์ สุดสระ)
    แต่จุลลาหัวเสียหนักขึ้นอีกเมื่อเห็น ลำยอง ลีลาและมะขวิดกำลังนั่งสุมหัวกันตีความฝันเพื่อหาเลขเด็ดแทงหวย หลังจากที่เมื่อคืนป้าลำยองฝันเห็นผีจับหัว!!!!  จุลลาไม่ชอบวิธีคิดที่พึ่งการเสี่ยงโชค คนเราจะรวยหรือจนอยู่ที่การลงมือทำงาน ไม่ใช่รอความหวังลมๆ แล้ง ที่มีความน่าจะเป็นตกอยู่ที่ศูนย์ถึงติดลบ!!!! ผลก็คือ ก๊วนฝันกลางวันวงแตก เพราะจุลลาโผล่เข้ามาสลายฝันด้วยสภาพที่น่ากลัวว่าผีของป้าลำยองเมื่อคืนซะอีก
    จำรัสให้กำลังใจจุลลาฮึดสู้ต่อไป  ตรงกันข้ามกับดาราที่อยากให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเองมีชีวิตและพฤติกรรมสมกับความเป็นผู้หญิง ยุยงให้จุลลาไปเรียนต่อวิศวฯคอมพิวเตอร์ จะได้ไม่ต้องไปรบราราวกับเป็นผู้ชายอกสามศอกเหมือนเดิมอีก หรือจะให้ดีก็ไปเรียนคหกรรม จะได้มาช่วยพ่อแม่ทำร้านอาหาร หรือจะให้ดีที่สุดก็ รีบมีหลานให้แม่อุ้มเร็วๆ …แต่จุลลาปฏิเสธและยืนยันหนักแน่นกับแม่ว่า ขอเดินทางบนเส้นทางที่ตัวเองเลือกมาตั้งแต่ต้น และที่สำคัญ ไม่ต้องห่วงว่าลูกสาวจะเบี่ยงเบนทางเพศ ยังชอบผู้ชายแต่ไม่คิดจะแต่งงานกับผู้ชาย!!! ยิ่งทำพ่อแม่ตกใจกับคำประกาศอันชวนงง จุลลาให้เหตุผล…จนกว่าจะเจอผู้ชายในฝัน….หน้าตาดี มีความรู้ สู้เพื่อครอบครัว รั่วบางเวลา ชอบความท้าทาย ไม่กินเหล้า ไม่เจ้าชู้  รักเด็ก อ่อนโยน อ่อนไหว เข้าใจมนุษย์ เข้าวัด ฟังธรรม เต้นกังนัมสไตล์เป็น ฯลฯ…สรุป…คุณสมบัติเหล่านี้ ไม่มีตัวตน!!! จำรัสรู้ทัน ว่าจุลลาไม่คิดจะแต่งงานเพราะยังไม่เจอผู้ชายที่ดีพอๆ กับพ่อ แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด….ความรักฉันท์ชายหญิงในทัศนะของจุลลา…ไร้สาระและเสียเวลาชีวิตที่สุด การทำงานต่างหากคือการเติมเต็มชีวิตและหัวใจของเธอ!!! 
   จุลลาจึงมองข้ามหัว และหัวใจของ “พี่โย้” (แมทธิว  ดีน) รุ่นพี่ที่คณะ ซึ่งทำงานอยู่ในกระทรวงอุตสาหกรรมที่เทียวไล้เทียวขื่อเป็นลูกค้าประจำของร้าน “สบายท้อง”  เพราะหวังจะฝากตัวเป็นผู้ดูแลหัวใจและชีวิตของจุลลา  โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั่นแหละที่ต้องถูกจุลลาดูแลเพราะเมาพับคาร้านทุกคืน แถมจุลลายังต้องพาไปหาหมอรักษาโรคเบาหวาน ความดันและอีกสารพัดโรคที่มาจากการกินไม่เลือกของพี่โย้….พี่โย้ คือ สิ่งตอกย้ำให้จุลลาไม่สนใจผู้ชาย….พอจับได้ว่าถูกจีบ จุลลาเสียงแข็ง ประกาศกร้าว ถ้าพี่โย้อยากเลิกคบกับจุลลาแบบถาวรก็เชิญเดินหน้า….พี่โย้เลยได้แต่เพียงสงบเสงี่ยมเจียมตัว รอวันหัวใจจุลลาว่างแล้วแวะมา ถึงจะเป็นชาติหน้าพี่โย้ก็จะรอ…..
   จุลลาไม่รอให้เสียเวลาชีวิตนาน เกรงจะฟุ้งซ่านจนทำให้ร้าน “สบายท้อง” ของพ่อและแม่ต้องปั่นป่วนเพราะการรับมือพวกขี้เหล้าอันหนักหน่วงและ ฮาร์ดคอร์ของเธอ  จุลลารีบเปิดดูช่องทางหางาน เหมือนเทวดาดลใจ….กรอบรับสมัครงานของบริษัท ปาล์มโปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวรายใหญ่ของประเทศไทยกระแทกเข้าตาจุลลาอย่างแรง….ที่นี่รับสมัครวิศวกรดูแลเครื่องจักรในโรงงาน 1 ตำแหน่ง….จุลลาไม่ฟังเสียงคัดค้านของแม่ ที่ไม่อยากให้ลูกสาวมีชีวิตเปื้อนน้ำมันเครื่องแทนที่จะเป็นเครื่องสำอาง….บริษัทปาล์มโปรดักส์ คือจุดหมายที่ต้องไป!!!
   ดาราพาจุลลาไปทำสวยที่ร้านของ น้าจ๋อม ที่ปรึกษาทางด้านความสวยความงามของบ้าน อย่างน้อยก็น่าจะทำให้จุลลามีโอกาสได้งานมากกว่ามาดทอมบอยที่เป็นอยู่  แต่จุลลาปฏิเสธเสียงแข็ง ว่างานที่ทำ คือ ต้องคุมเครื่องจักร ไม่ได้เป็นพริตตี้หรือพรีเซ็นเตอร์ขายเครื่องดื่มคอลลาเจน…เป็นอันว่าความพยายามของดาราและน้าจ๋อมตกไป  จำรัสชอบใจกับความคิดของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน จนถูกดาราดุ  หาว่าส่งเสริมให้ลูกสาวกลายพันธุ์  จุลลาคงอยู่บนคานจนแก่  ไม่มีใครเลี้ยงดู  แต่จำรัสมั่นใจ ว่าสิ่งที่จุลลาเป็นมัน คือ อาวุธที่จะปกป้องอันตรายอันเกิดจากผู้ชายภัยสังคม หากทำสวยจะเป็นการเชิญชวนความเสี่ยงให้เข้ามาหา….ถึงจะขึ้นคานก็ไม่เป็นไร พ่อแม่เลี้ยงได้ ไม่ใช่ปัญหา!!!!
    จุลลานุ่งกระโปรงที่สุภาพที่สุดในการสมัครงาน ซึ่งมีแค่ชุดเดียว….แต่ก็ไม่แคร์  แท็กซี่ไม่ใช่ทางเลือก  ขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจ  ทำเอาดาราและลูกจ้างถอนใจ อ่อนใจกับความ self เกินพิกัดของจุลลา….จำรัสอวยพรให้จุลลาได้งานตามที่หวัง…แต่ถ้าไม่ได้ก็อย่าผิดหวัง ออกมาช่วยพ่อทำงาน…จุลลาต้องรีบตัดบท เพราะเกรงพ่อจะแช่งไปมากกว่านี้  แต่จุลลาก็ไม่โกรธ เพราะรู้ดีว่า พ่อรักและหวงเธอมากขนาดไหน ใจจริงไม่อยากให้ไปไหนไกลหูไกลตา  อยากเก็บจุลลาไว้ให้อยู่ในสายตา ตามประสาพ่อที่หวงลูกสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ จะไม่ให้หวงได้ยังไง เพราะจุลลานั้นทั้งเก่งทั้งสวย แต่ไม่คิดจะงัดความสวยออกมาโชว์  ผู้ชายที่จะเข้ามาต้องดีมากกว่าหรือไม่ก็ต้องเสมอกันเท่านั้น!!!
    จุลลามุ่งหน้าสู่สถานที่ตั้งของ บริษัท ปาล์มโปรดักส์…..ซึ่งอยู่ปริมณฑล…เกือบถึงอัมพวานี่ถ้าพ่อแม่รู้ว่าอยู่ไกลขนาดนี้  คงไม่ได้มาสมัครงาน  การขี่มอเตอร์ไซค์ในระยะทางขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี  แต่จุลลาก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้งาน…เพราะหลายที่ที่ไปมา ถูกปฏิเสธหมด ด้วยเหตุผล…กลัวผู้หญิงไม่สู้งานหนัก ไม่คุ้มเงินเดือน….คราวนี้ก็เหมือนกัน  จุลลาตั้งใจ  หากโดนปฏิเสธด้วยเหตุผลงี่เง่าแบบนี้อีก  จะยอมทำงานฟรีในช่วงทดลองงานให้ดูเป็นการแลกเปลี่ยนกับโอกาส!!!!
    จุลลามาก่อนออฟฟิศโรงงานเปิดทำการ  ยามจ่อย (คำไหล เมืองอุบล)….ยามรักษาการหน้าประตูผู้เคร่งครัดกฎระเบียบจึงแนะนำให้จุลลามาใหม่ แม้จะเหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วโมง ยามจ่อยก็ไม่ยอมแสดงน้ำใจให้เข้าไปรอข้างใน…หน้าที่คือหน้าที่!!!
   จุลลาเดินเล่นเตร็ดเตร่แถวนั้น  รู้สึกสบายตาเพราะยังมีสวนมะพร้าวให้เห็นรอบๆ บริเวณโรงงานหลังใหญ่…มองเลยไปอีกนิด คือ คฤหาสน์หลังงามที่เดาว่าเป็นของเจ้าของโรงงานเพราะปลูกสร้างอยู่ในอาณาเขตเดียวกัน แต่ที่สะดุดตาและเหมือนมีแรงดึงดูดให้เดินเข้าไปหาคือ….ฮวงซุ้ยแห่งหนึ่ง!!!!
    ด้วยความเคยชินตามนิสัยที่พ่อแม่สอนมาดีให้รู้จักมารยาทขอนุญาตเจ้าที่เจ้าทาง จุลลายกมือคำนับเหมือนตัวละครในหนังจีนกำลังภายในเพื่อขออนุญาตก่อนเข้าไปเดินสำรวจ  โดยไม่รู้ว่า…สายลม เสียงแว่วคล้ายเสียงหัวเราะที่ลอยมาให้ได้ยินนั้น เป็นเสมือนคำทักทายจาก….บางสิ่งบางอย่างที่จุลลาไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เห็น เพราะไม่เชื่อว่าจะมีจริง  และจะต้องเข้าไปเกี่ยวพันชนิดที่เรียกได้ว่า…ยุ่งเหยิง วุ่นวาย ปั่นป่วน และอลเวงอย่างถึงที่สุด!!!!…..และจุลลากำลังจะได้เห็น แต่…ได้เวลาออฟฟิศโรงงานเปิดพอดี  จุลลารีบลาเจ้าของฮวงซุ้ยกลับ….ทำให้คลาดกับสิ่งเหนือธรรมชาติ!!!!
    ไม่ใช่แค่จุลลาที่มาสมัครงาน…จุลลาเจอกับทรงเดช  (อัศนัย เทียนทอง) หนุ่มมาดดี  ที่แสดงความเจ้าชู้กะลิ้มกะเหลี่ยจุลลาแม้จะเพิ่งเจอหน้ากันเป็นครั้งแรก ผลก็คือถูกจุลลาตอกหน้าหงาย และอายคนงาน  นับตั้งแต่นั้นทรงเดชจึงแค้นจุลลาฝังหุ่น…..ในฐานะที่เป็นเพื่อนกับลูกชายของ คุณนายเง็ก (ณหทัย พิจิตรา) และเสี่ยตง (ตระการ พันธุมเลิศรุจี) เจ้าของโรงงาน  ที่ได้รับการฝากฝังจากลูกชาย…ทำให้คุณนายเง็กและเสี่ยตงจำเป็นต้องรับทรงเดชเข้าทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายผลิต  แม้ทั้ง 2 คนจะไม่ชอบนิสัยคุยโม้โอ้อวด ยกตนข่มท่าน ไม่เกรงใจใครของทรงเดชก็ตาม  ทำให้จุลลาถอดใจ  ผู้หญิงไร้เส้นอย่างเธอคงหมดสิทธิ์ตั้งแต่ยังไม่ได้สัมภาษณ์
     แต่คุณนายเง็กกลับถูกชะตาจุลลา….ด้วยว่ามีอะไรบางอย่างดลใจ  ยิ่งเมื่อรู้วันเดือนปีเกิดก็รีบรับจุลลาทำงานทันทีในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุง โดยไม่ต้องซักอะไรให้มากความ เหตุผลว่าเป็นคนเกิดวันแข็งก็น่าจะเพียงพอสำหรับตำแหน่งนี้…. ตรงข้ามกับเสี่ยตงที่พอเห็นว่าจุลลาเป็นผู้หญิงก็หมดความสนใจ…แต่ไม่อาจขัดใจภรรยาได้   จุลลาเลยได้ทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงอย่างงงๆ
    โดยที่จุลลาไม่รู้ว่า….เหตุผลที่จุลลาได้งานไวปานวอกนั้น  เพราะคุณนายเง็กได้ปรึกษาอาจารย์เฟื้อง (วีรศักดิ์)  เรื่องถูกวิญญาณ “เถ้าแก่” (สัญญา คุณากร) พ่อผัวผู้บุกเบิกโรงงานมาเข้าฝันบ่อยๆ แถมยังมาปรากฏให้เห็นตรงหน้า เหมือนมีเรื่องจะสื่อสาร  แต่ด้วยความกลัวขึ้นสมอง  แม้จะเป็นผีพ่อ  คุณนายเง็กและเสี่ยตงเลยเป็นลม จับไข้หัวโกร๋น ตั้งแต่ผี “เถ้าแก่” ยังไม่เปิดปาก….อาจารย์เฟื้องนั่งทางใน พยายามสื่อสารกับวิญญาณเถ้าแก่  แต่เถ้าแก่ไม่ยอมคุยด้วย  เพราะไม่อยากให้คนนอกรู้เรื่องกิจการภายในครอบครัว อาจารย์เฟื้องจึงแนะนำให้คุณนายเง็กหาคนในที่เกิดวันแข็งและถ้าเป็นวันอังคาร เดือนสาม ปีขาลได้ยิ่งดี…และจุลลาก็โดนแจ็กพ็อต!!!! 
   จุลลาเตรียมตัวทำงาน ในโรงงานที่มีการ turn over สูง หมายถึง คนลาออกเป็นว่าเล่นเพราะ….เจอดี!!!  จากผี “เถ้าแก่” ตามคำบอกเล่าผสมเม้าท์เกินจริงนิดหน่อยของ เจ๊พุ่ม (ประไพ สิโนกทก) ก็อดมาเธอร์ประจำโรงงานที่ไม่มีคนงานคนไหนกล้าแหยม  อดีตต้นห้องของคุณนายเง็กตั้งแต่ยังสาว แล้วติดสอยห้อยตามมารับใช้เมื่อคุณนายเง็กแต่งงานกับเสี่ยตง
    ผี “เถ้าแก่” ในความคิดของคนงาน คือ ผีที่น่ากลัว ตรงกันข้ามกับเถ้าแก่ตอนที่ยังมีชีวิต แต่ผี “เถ้าแก่” คือเรื่องไร้สาระสำหรับจุลลา  เพราะจุลลาไม่เคยเห็น เพราะฉะนั้นมันย่อมไม่มีจริง
    จุลลารู้อะไรๆ หลายๆ อย่างเกี่ยวกับโรงงานกงสีแห่งนี้จากเจ๊พุ่ม รวมถึงความสัมพันธ์ของ เดือนพิไล (ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์) ดารานางแบบที่เคยโด่งดังแต่กำลังร่วงเพราะความ self  ชอบเหวี่ยงนักข่าวและพฤติกรรมชอบเลี่ยงภาษีของเธอ กับคุณตี๋….ลูกชายคนเดียวของคุณนายเง็กกับเสี่ยตง…..ทั้ง 2 รักกันมาก และกำลังจะแต่งงานกัน ถึงแม้คุณนายเง็กจะไม่เห็นด้วยอย่างแรง!!!!
    เดือนพิไลชอบมาแสดงตัวเป็นว่าที่เจ้าของโรงงาน โดยไม่แคร์พ่อแม่แฟนสักนิด ว่าไม่ค่อยพอใจ  เพราะเดือนพิไลถือว่า แต่งงานกับลูกชาย ไม่ได้แต่งกับพ่อแม่….แถมยังหาเรื่องพนักงานสาว สวยหรือเห็นว่ามีแนวโน้มว่าสวยให้ถูกไล่ออก เพราะเกรงว่าจะไปทำให้แฟนของเธอหวั่นไหว ไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงของความสัมพันธ์…..และเหยื่อคนล่าสุดของเดือนพิไลคือ น้ำหวาน (พิมประภา ตั้งประภาพร) ลูกสาวเฮียเจ้าของโรงงานผลิตถุงบรรจุใส่กะทิซองขนาดเล็ก คู่ค้าของโรงงานมานาน  และเพิ่งเรียนจบ ป.ว.ช ซึ่งเฮียพามาฝากฝังไว้กับเสี่ยตงให้ทำงาน……
    น้ำหวานเพิ่งมาอยู่ใหม่ ทำงานเอกสารทั่วไป ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แค่เดินผ่านเดือนพิไล โดยไม่ทำความเคารพ  เป็นอันว่าจบอนาคต!!!!  ถูกเดือนพิไลต่อว่า เหวี่ยงไม่มีชิ้นดี  จุลลาเข้ามาประสบเหตุ  จึงออกตัวช่วยเหลือน้ำหวานให้รอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้าย ก่อนที่น้ำหวานจะเสียน้ำตาท่วมโรงงานด้วยความตกใจ…..เดือนพิไลอาฆาตแค้นจุลลา  เสมือนว่าจุลลาไปฆ่าพ่อแม่เดือนพิไลตายอย่างโหดเหี้ยมกระนั้น!!!! 
     จุลลายิ่งจินตนาการอนาคตของโรงงานปาล์มโปรดักส์ไม่ออก หากมีลูกสะใภ้อย่างเดือนพิไล   และนึกสมเพชลูกชายของคุณนายเง็กและเสี่ยตง ที่ไปคว้านางมารร้ายมาเป็นแฟน  โดยที่จุลลาไม่รู้ว่าลูกชายทายาทโรงงานแห่งนี้คือ….สืบสาย  ไฮโซหนุ่มคู่คดีเก่าของจุลลานั่นเอง!!!!
     คุณนายเง็กเอาอกเอาใจจุลลาสารพัด ยิ่งทำให้ทรงเดชหมั่นไส้จุลลา  หาโอกาสข่มเมื่อไหร่ทรงเดชไม่รีรอ แต่ก็ใช่ว่าจุลลาจะเป็นหมูให้เคี้ยวเล่นง่ายๆ  ทรงเดชไม่อาจทำอะไรจุลลาได้ โดยเฉพาะการเล่นในเกม  ยิ่งจุลลาซื้อใจ ไอ้แสบ (ตะวัน จารุจินดา) หัวหน้าช่างได้ เพราะความเอาการเอางาน ยุติธรรม และไม่ถือตัวของจุลลา  รวมถึงเมื่อคราวที่จุลลาช่วยน้ำหวาน ( ผู้หญิงที่ตนหลงรัก แม้น้ำหวานจะเกลียดตอบ) จากการขย้ำของเดือนพิไล   แสบปวารณาตัวเป็นลูกน้องคนสนิท เพราะคนอย่างแสบบุญคุณต้องทดแทน หนี้แค้นต้องชำระ  พ่วงด้วย ไอ้เข่ง (หนุงหนิง สิงหราช) ไอ้หยิก (รวิช ไรวินทร์) และ ไอ้ถัด (จิรพัฒน์ สินสนอง)…คนงานร่วมอุดมการณ์ลูกน้องของแสบ…. ทรงเดชยิ่งเล่นงานจุลลาลำบาก  และแล้วทรงเดชก็ได้โอกาส  เมื่อสืบสายกลับจากดูงานต่างประเทศ และได้พบจุลลา
     สืบสายเรียกจุลลาไปไล่ออก ด้วยเหตุผลนานาประการ ที่ฟังยังไงจุลลาก็ฟังไม่ขึ้น มันเป็นเรื่องของอคติล้วนๆ!!!!ทรงเดชได้ทีเลยใส่ไฟเพิ่ม  จุลลาแทบอกระเบิดตายที่ถูกรุมจากผู้ชายที่เต็มไปด้วยอคติทั้ง 2  คน  แต่แล้ว…คุณนายเง็กก็เข้ามาห้ามทัพ ได้ทันเวลา  เหมือนมีอะไรดลใจอีกเช่นเคย….และตัดสินปัญหา  ห้ามใครไล่จุลลาออก ไม่งั้นจะเห็นดีกัน  สืบสายเลยขอต่อรอง  หากภายใน 6 เดือน จุลลาไม่สามารถทำงานได้ ให้ออกไป!!!!  จุลลาเต็มใจรับคำท้าอย่างไม่เกรงกลัว !!!!
     ทรงเดชขอเลขาส่วนตัว….อ้างถึงภาพลักษณ์  และความรับผิดชอบมากมาย  สืบสายเออออห่อหมก เพราะอยากเอาใจ ให้ทรงเดชทำงานได้เต็มที่  จากประวัติการทำงานอันน่าเชื่อถือที่ทรงเดช”สร้าง” มาให้ดู  สืบสายเชื่อมั่นทรงเดชมาก  และให้อำนาจสิทธิ์ขาดในการดูแลฝ่ายผลิตเต็มที่ โดยเฉพาะจุลลา ที่สืบสายต้องการให้ทรงเดช “กดๆ” เอาไว้บ้าง ไม่ให้กระด้างกระเดื่องจนคุมยาก  กลัวจุลลาจะเป็นหัวหน้าม็อบ ก่อการจลาจล  ทรงเดชจึงได้น้ำหวานมาเป็นเลขาหน้าห้อง  ท่ามกลางความไม่พอใจของไอ้แสบ  เพราะไอ้แสบดูออกว่าทรงเดชจ้องจะงาบน้ำหวานตั้งแต่แรกเห็น  ไอ้แสบจึงทำเป็นเทียวไล้เทียวขื่อไปเสนอหน้าให้น้ำหวานด่าทุกวัน  เพื่อเช็กความปลอดภัย  และเป็นก้างขวางคอ  แต่แสบอ้างว่าไปให้หญิงด่า เหมือนหญิงให้พร จะได้ทำงานอย่างสบายใจ…..จุลลารู้ใจลูกน้องดีว่าชอบปิดทองหลังพระ….เลยตักเตือนพอเป็นพิธี ไม่ให้ไปเหยียบหางทรงเดช ถ้าไม่อยากเดือดร้อนวุ่นวาย
    เมื่อทรงเดชเห็นว่าสืบสายคอยให้ท้าย  จึงตั้งหน้าตั้งตา “กดขี่” จุลลา ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ทรงเดชสั่งเดินหน้าผลิตโอเวอร์โหลด จนทำให้เครื่องจักรเสีย  จุลลาและแสบ พร้อมลูกน้องต้องเร่งแก้ไขกันอย่างหนักจนดึกดื่น….คุณนายเง็กบังคับให้จุลลาค้างที่คฤหาสถ์  ด้วยความเป็นห่วงสวัสดิภาพและ…แอบภาวนาให้จุลลาเจอกับผีเตี่ย จะได้รู้ว่าผีเตี่ยยังมีห่วงอะไรถึงได้ไม่ไปผุดไปเกิด
      จุลลาจำใจต้องใส่ชุดนอนสีหวานแหววที่ ป้าเมี่ยง  แม่บ้านอาวุโสของคฤหาสน์เตรียมให้ จะได้เอาชุดทำงานของจุลลาที่เลอะน้ำมันเครื่องไปซัก  ขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับ จุลลาก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อ “อาหลูจุง”….มาจากที่ไหนสักแห่ง ไกลๆ….จุลลาออกตามหา  ก็ได้เห็นชายจีนชราในชุดกางเกงแพร เสื้อกุยเฮงสีขาว หวีผมเรียบแปล้  ยืนรออยู่ที่ระเบียง  จุลลาคิดว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ของคฤหาสถ์ที่เล่นสัปดนปีนระเบียง  ไม่ทันที่ชายจีนชราจะได้พูดอะไร ก็ถูกจุลลาเอ็ดตะโรโวยวายไล่ให้กลับห้อง  จนทำให้ทุกคนในบ้านตื่นกันหมด!!!   และพากันมาดู  ชายจีนชราก็หายแวบไป….จุลลาเล่ารายละเอียดให้ฟัง  ก็ทำให้ทุกคนขนหัวลุก เพราะลักษณะทั้งหมดที่ว่ามาคือ….”เตี่ย”….”อากง”…”เจ้าสัว”…ที่ตายไปแล้ว!!!! แถมด้วยรูปถ่ายของท่านที่แผนอยู่บนผนัง ซึ่งจุลลาไม่ได้สังเกตเห็นตั้งแต่แรกเป็นการยืนยันว่า…เป็นคนๆ เดียวกันแน่นอน!!!
     จุลลาเจอผีเป็นครั้งแรก….คุณนายเง็กลุ้น อยากรู้ว่าคุยอะไรกัน แต่จุลลาปิดปากเงียบสนิท เมื่อความเชื่อถูกทำลาย  แถมถูกสืบสายหัวเราะเยาะ  เพราะสืบสายเองก็ไม่เชื่อเรื่องผีเรื่องวิญญาณ  จุลลาประกาศต่อหน้ารูปเถ้าแก่…อย่ามาให้เห็นอีก!!!!
     แต่เถ้าแก่ก็ไม่ละความพยายามที่จะสื่อสารกับจุลลาให้ได้  ตามไปหลอกหลอน อ้อนวอน ขอร้อง แต่ก็ไม่ได้ผล…เถ้าแก่จอมเจ้าเล่ห์เลยไปแผลงฤทธิ์กับ ไอ้แสบ เจ๊พุ่ม และคนงานคนอื่นๆ เป็นอันว่าเสียงานเสียการกันเป็นแถบๆ  ทรงเดชที่จ้องจะเล่นงานจุลลาอยู่แล้วจากการที่เครื่องจักรเสีย  ทำให้ปริมาณการผลิตเสียหาย แต่ไม่สำเร็จเพราะสืบสายไม่เอาเรื่อง เพราะจุลลาและลูกน้องแสดงหลักฐานยืนยันได้ว่า ความผิดเกิดจากการสั่งการเดินเครื่องการผลิตที่มากเกินไปของทรงเดช…..คราวนี้ทรงเดชจึงหยิบมาเป็นประเด็นอีก เตรียมเล่นงานฝ่ายซ่อมบำรุงของจุลลา 
     จุลลาจึงยอมเจรจากับผีเถ้าแก่จนได้….แต่ก็ปกปิดไม่ให้ใครรู้ เพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด จะเป็นการเพิ่มงานของตัวเองโดยใช่เหตุ ถ้าใครรู้ว่าจุลลาสื่อสารกับเถ้าแก่ได้เป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าใครๆ….โดยเฉพาะกับสืบสาย ที่จ้องจับผิดจุลลาทุกฝีก้าว
แล้วจุลลาก็เห็นใจเถ้าแก่ที่กลายเป็นผีติดอยู่ในฮวงซุ้ย ไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้เพราะยังเป็นห่วงโรงงานและที่ดิน….ที่เสี่ยตงเอาไปจำนองแบงก์ หาเงินทุนขยายโรงงานให้ใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิต  นัยว่าอยากรวยขึ้นไปอีกเยอะๆ!!! เถ้าแก่กลัวหลุดจำนอง แต่ความกลัวนี้ไม่เท่ากับการรู้ว่า เสี่ยตงกำลังพยายามจะระดมเงินทุนในตลาดหลักทรัพย์เพราะขี้เกียจกู้แบงก์  แต่เถ้าแก่ไม่อยากทำอะไรเกินตัว และมีคำว่ากำไรของผู้ถือหุ้นเข้ามาบีบ ทำให้วิถีการทำงานและการดูแลคนเปลี่ยนแปลงไป เถ้าแก่อยากอยู่กันแบบพี่น้อง ลูกหลาน ดูแลกันและกัน เพราะต้องพึ่งพาอาศัยกันมากกว่าเดินเครื่องแบบทุนนิยมเต็มสูบ!!! 
    จุลลานึกนับถือวิธีคิดของเถ้าแก่จอมเจ้าเล่ห์ ถึงแม้กิตติศัพท์ของเถ้าแก่ยามที่มีชีวิตอยู่จะมีแต่คำว่า งก ขี้เหนียว  แต่ตอนนี้จุลลารู้แล้วว่า เถ้าแก่งกเพื่อให้เม็ดเงินและกำไรตกถึงมือลูกจ้างให้มากที่สุดในรูปแบบของเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นทุกปีพร้อมโบนัสปลายปีไม่ได้ขาด!!!
แต่จุลลาก็ต้องประหลาดใจเมื่อรู้จากปากเถ้าแก่ว่า….สืบสายไม่เห็นด้วยกับเสี่ยตง และพยายามจะสืบสานแนวคิดของอากง….เถ้าแก่ยืนยันว่าสืบสายเป็นคนดี อาจจะงี่เง่าในบางครั้ง แต่เป็นเพราะถูกเลี้ยงมาอย่างลูกชายคนเดียว ย่อมต้องเป็นใหญ่ที่สุด จุลลาอยากเอาสืบสายให้อยู่หมัด ก็ต้องใช้ไม้นวมแทนไม้แข็งบ้าง  ที่สำคัญ….จุลลาเป็นคนเดียวที่จะช่วยเหลือโรงงานนี้ต่อไปได้ อยากให้จุลลาอยู่เคียงข้างสืบสายเพื่อต่อสู้กับการเอาโรงงานเข้าตลาดหุ้น   จุลลาเหมาะจะเป็นหลานสะใภ้ มากกว่าเดือนพิไล….จุลลาสะดุ้งเฮือก ออกตัวว่า…ไม่อยากยุ่งกับสืบสาย  เพราะไม่อยากเปิดศึกกับเดือนพิไล
    ยิ่งถูกเถ้าแก่ชี้โพรง….จุลลายิ่งอึดอัดและขัดเขินหากต้องใกล้ชิดสืบสาย…พยายามเลี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  ทำงาน ขยันขันแข็ง  จนเป็นที่ชื่นชมของคุณนายเง็กและเสี่ยตง  ออกปากอยากได้เป็นลูกสะใภ้….เรื่องเข้าหูเดือนพิไล  โดยการคาบข่าวของทรงเดช…..
     เดือนพิไลมาหาเรื่องจุลลาถึงร้าน เจ๊อ้อย อาหารตามสั่ง  ซึ่งเป็นร้านประจำของจุลลาและไอ้แสบ….ประกาศลั่น “ผัวข้าใครอย่าแตะ” คนงานร้องฮือ!!!! ที่เดือนพิไลกล้าพูดว่าสืบสายเป็นผัว  แต่แล้วจู่ๆ….สืบสายก็ปรากฏตัวที่ร้านเจ๊อ้อย เหมือนมีอะไรดลใจ (คงหนีไม่พ้นผีอากง ที่ต้องการเลื่อยขาเตียงสืบสายกับเดือนพิไลและเปิดโอกาสให้จุลลาเข้ามาใกล้ชิดสืบสายให้ได้) ทำให้เห็นด้านมืดของเดือนพิไลที่สืบสายไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากหน้ากากของสาวสวยแสนดีเข้าใจคนที่เดือนพิไลใส่เข้าหา…..สืบสายปรามเดือนพิไล  อย่าพูดอะไรเกินเลย  เดือนพิไลรีบแก้ตัว  กลัวว่าจะเสียคะแนน  ว่าเข้าใจจุลลาผิดเพราะทรงเดชเป็นต้นเหตุ……ทรงเดชโกรธเดือนพิไลที่โบ้ยเอาตัวรอดกันเห็นๆ !!!!
     สืบสายขอโทษจุลลาแทนเดือนพิไล  จุลลาไม่ถือคนบ้า ไม่ว่าคนเมา  แต่อยากให้สืบสายเปิดหูตาให้กว้าง จะได้มองเห็นว่าคนใกล้ชิดแต่ละคนมันงูพิษทั้งนั้น…..สืบสายเอะใจ กลับมาไตร่ตรอง  พยายามลบอคติที่มีต่อจุลลา ชั่งน้ำหนักอย่างแรง  เพราะจุลลาได้พิสูจน์ให้สืบสายเห็นแล้วว่า สามารถทำงานได้ดีมากแค่ไหน และถนัดที่จะทำงานมากกว่าพูด คำยืนยันของคนงาน เจ๊พุ่ม และพ่อแม่เป็นเสียงสนับสนุนได้เป็นอย่างดี…วิจารณญาณของสืบสายกลับมาทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์อีกครั้ง…..แต่ทรงเดชยิ่งร้อนรน  ยิ่งจุลลาได้ดี แปลว่า ทรงเดชจะยิ่งอยู่ลำบาก เพราะจุลลาประกาศแล้วว่า  เมื่อต่างคนต่างอยู่กันดีๆ ไม่ได้ ต่อไปนี้อย่าได้หวังว่าจุลลาจะยอมหลบให้ทรงเดช แรงมา แรงไป เสียเลือดเป็นเสีย!!!!
สืบสายสั่งให้ทรงเดชปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น แทนที่จะคอยหาเรื่องจุลลา  อยากเห็นผลงานเพิ่มคุณภาพตามที่เคยโฆษณาตัวเองเอาไว้ว่าเคยทำให้กับโรงงานผลิตสัปปะรดกระป๋องที่ฮาวายเพิ่มการผลิตได้สามสิบเปอร์เซ็นต์มาแล้วจากการเอ็นจิเนียริ่งของตัวเอง….ทรงเดชรับปาก…ทำได้ไม่ยาก!!
ทรงเดชเริ่มกระบวนการเพิ่มคุณภาพการผลิต  ด้วยการเริ่มต้นจากการเพิ่มวินัยให้กับคนงานก่อน….ทุกคนจะต้องมาเคารพธงชาติตอนแปดโมงเช้า  และฟังการอบรมจากทรงเดชถึงวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพอีกครึ่งชั่วโมง  รวมถึงการให้น้ำหวานทำแผ่นประกาศคำขวัญ  ให้คนงานได้เห็นได้อ่านอย่างทั่วถึง…..จุลลาเป็นคนแรกที่ไม่ปฏิบัติตาม  เพราะเห็นว่าทำให้เสียเวลาการทำงาน!!! และปัญญาอ่อนที่สุด!!!!  ทรงเดชเดือดดาล….ไปฟ้องสืบสาย  ว่าจุลลาทำตัวเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาองค์กร ขอให้สืบสายไล่ออก….แต่สืบสายกลับสั่งให้ทรงเดชยกเลิกกระบวนการเพิ่มผลผลิตของทรงเดชทันที และคาดโทษ  หากยังไม่มีผลงานให้เห็นภายในสิ้นเดือนนี้  มีผลให้ออกจากงานทันที โดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย เพราะถือว่า ไม่ผ่านการทดรองงาน 
     ทรงเดชกลับบ้านด้วยความแค้นใจ!!!!!!!!!!!! จึงเริ่มแผนใหม่!!!!ทรงเดชเสนองบซื้อเครื่องจักรใหม่ล็อตใหญ่  และขอไปเลือกซื้อด้วยตัวเองที่ญี่ปุ่น  เถ้าแก่มาปรากฏตัวเตือนจุลลา  ว่าทรงเดชกำลังเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ  คิดโกงบริษัท  หาเงินเข้ากระเป๋า เมื่อเห็นว่าตัวเองอาจจะถูกไล่ออก….แต่เมื่อเหตุการณ์ยังไม่เกิด จุลลาไม่สามารถออกตัวทำอะไรได้  จึงรับปากเถ้าแก่ว่าจะไปเตือนสืบสายให้เพิ่มความรอบคอบก่อนจะตัดสินใจอนุมัติงบ….แต่ก็สายไปเสียแล้ว
     สืบสายเซ็นอนุมัติเรียบร้อย เพราะทุกอย่างเป็นไปอย่างโปร่งใส  มีเอกสารเสนอราคายืนยันจากบริษัทผู้ผลิตที่อยู่ในงบประมาณ ที่สืบสายเช็กแล้วว่าเป็นราคาตลาดไม่ได้แพงผิดปกติแต่อย่างใด….จุลลายังติดใจสงสัย ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล  นอกจากจะรู้สึกได้เองเพราะจุลลารู้จักนิสัยของทรงเดช ที่สั่งซื้อของฟุ่มเฟือยเข้าโต๊ะตัวเองโดยใช้เงินบริษัท  ใช้รถใช้น้ำมันบริษัทไปกับเรื่องส่วนตัว และอื่นๆ อีกมากมายที่น้ำหวานเล่าให้ฟังแทบจะไม่ไหว…..อันแสดงถึงนิสัยคดในข้องอในกระดูกและสันดานโกงทุกเม็ดของทรงเดชแล้ว  ยังถูกผีเถ้าแก่บิ้วท์อยู่ทุกวันอีกต่างหาก…..ว่าสืบสายจะต้องเดือดร้อนเพราะทรงเดช  สืบสายต้องไล่ทรงเดชออกในสามวันเจ็ดวัน มิฉะนั้น….จะซวยไปสามปีเจ็ดปี!!!!!
     สืบสายห่างเหินจากเดือนพิไล เพราะภาระหน้าที่การงานที่เสี่ยตงมอบหมายให้สืบสายเป็นกรรมการผู้จัดการ เพื่อแบ่งเบาภาระ เนื่องจากปัญหาเรื่องสุขภาพ  ส่วนจุลลาก็ต้องรากเลือดเมื่อพบว่า เครื่องจักรจากญี่ปุ่นทีเพิ่งสั่งซื้อมานั้น…..เริ่มเกเร…เสียซะแล้ว!!!!! ต้องเร่งซ่อมกันหามรุ่งหามค่ำ แถมวิศวกรชาวญี่ปุ่นที่ถูกส่งมาเทรนการใช้เครื่องก็สื่อสารกันยากลำบาก  เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จุลลาต้องสั่งให้ลูกน้องซ่อมให้ใช้งานได้ไปก่อน แล้วค่อยรายงานสืบสาย!!!! แต่ใช่ว่าจะแก้กันได้ง่ายๆ……
     แถมคืนนั้นจุลลาต้องไปร่วมงานครบรอบ 20  ที่ก่อตั้งโรงงานที่คฤหาสน์  จุลลาทิ้งหน้าที่การซ่อมเครื่องจักรใหม่แต่เก่าไว้ให้แสบชั่วคราว….เพราะต้องไปทำหน้าที่สำคัญนั่นคือ….แกล้งทำเป็นถูกผีเถ้าแก่เข้าสิง  เพื่อทำให้สืบสาย คุณนายเง็ก และเสี่ยตง  ไล่ทรงเดชที่เป็นคนขี้โกงออกไปจากโรงงานตามคำสั่งของเตี่ย ไม่งั้น เตี่ยจะไม่ไปไหน!!!!!
     จุลลาตื่นเวที  เพราะเกิดมาก็ไม่เคยเป็นร่างทรงที่ไหน โชคดีที่ได้ไปศึกษาแอ็กติ้งจากเจ๊พุ่ม ที่ว่างๆก็แอบรับจ็อบเป็นคนทรง ใบ้หวยไปตามเรื่อง…..แต่ผีเถ้าแก่ก็พยายามปลอบให้จุลลาหายเครียด  เมื่อถึงเวลา….ร่างทรงผีเถ้าแก่กำมะลอก็เริ่มปฏิบัติการ!!!!!
     สืบสาย คุณนายเง็ก เสี่ยตง ทรงเดช เดือนพิไล และคนอื่นๆ แตกตื่นกันทั้งงานที่จุลลาล้มตึง แล้วลุกขึ้นมาตาขวาง  และออกตัวว่าเป็นเตี่ยอาตง!!!!
จุลลาพูดตามคำพูดของเถ้าแก่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ทุกประการ…พุ่งเป้าไปที่ทรงเดชว่าโกงบริษัท ซื้อเครื่องจักรเก่าแล้วมาเหมาว่าเป็นของใหม่  ทรงเดชโวยวายหาว่าจุลลาแกล้ง นี่ไม่ใช่ผีเถ้าแก่!!!
     เถ้าแก่จึงยืนยันเรื่องที่ไม่มีใครรู้ นอกจากเถ้าแก่ เสี่ยตงและคุณนายเง็กเท่านั้นที่รู้ คือ ชื่อเก่าของโรงงานปาล์มโปรดักส์ คือ…เอี่ยจี้เทียนติ๊งเชี่ยง….ที่แปลว่า วิมานมะพร้าว!!!!  ซึ่งเสี่ยตงถือวิสาสะเปลี่ยนโดยที่เตี่ยไม่เต็มใจ…เสี่ยตงและคุณนายเง็กคอนเฟิร์มทันทีว่า…ผีเตี่ยแน่แล้ว!!!!
ทรงเดชไม่ยอมแพ้ผีเถ้าแก่…วิ่งไปขย้ำคอจุลลา โยกไปมาเพื่อพิสูจน์ว่าผีหรือคนกันแน่ที่เป็นคนพูด  ครั้นจะรอให้เถ้าแก่แก้สถานการณ์ก็เกรงว่าจะขาดอากาศหายใจซะก่อน เพราะเถ้าแก่มัวแต่ตะลึง…จุลลาจึงรวบรวมพลังนักยูโดสายดำเหรียญทองตัวแทนมหาวิทยาลัยสี่ปีซ้อนเข้าจัดการทรงเดชจนล้มคว่ำ  ถูกหามส่งโรงพยาบาล
     สืบสายปราดเข้าไปดูแลจุลลาด้วยความเป็นห่วง  ความเอื้ออาทรที่แสดงออกทางสายตาและการกระทำของสืบสาย  ใครเห็นก็ต้องฟันธงว่า….เป็นห่วงจุลลามากกว่าแค่เจ้านายลูกน้อง แต่มันคือ…ความรักชัดๆ!!!!  เดือนพิไลไม่พอใจ และร้อนใจ ร้อนตัวที่ตัวเองกำลังจะตกกระป๋อง ทั้งจากหัวใจของสืบสายและจากอาชีพของตัวเอง!!!! เดือนพิไลมาเอาเรื่องด่าทอจุลลาสาดเสียเทเสีย  ทำให้จุลลาอับอายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นมือที่สาม อ่อยสืบสายเพื่อหวังใช้เต้าไต่ไปเป็นเถ้าแก่เนี้ย!!!! 
     ติดตามลุ้นกันได้ในละครวิมานมะพร้าว ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี ละครวิมานมะพร้าว เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2556
เรื่องย่อละคร วิมานมะพร้าว เรื่องย่อละคร วิมานมะพร้าว เรื่องย่อละคร วิมานมะพร้าว เรื่องย่อละคร วิมานมะพร้าว
เรื่องย่อละคร วิมานมะพร้าว เรื่องย่อละคร วิมานมะพร้าว เรื่องย่อละคร วิมานมะพร้าว

แสดงความคิดเห็น